ทุกคนก็ทำได้ จากขอทานในสลัม สู่มหาเศรษฐี

Loading...

ทุกคนก็ทำได้ จากขอทานในสลัม สู่มหาเศรษฐี

ย้อนไป 10 กว่าปีที่แล้วหาคุณได้เจอกับคนจนยาจกที่ปลูกกระต๊อบมุงจากอยู่หน้าสลัมได้เดินทางมายังวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีเงินทำบุญเพียงแค่ 10-20 บาทเท่านั้น

ต่คุณจะเชื่อไหมว่าคนคนนี้ในวันนี้เขากลายเป็นเศรษฐีเงินล้านแกเป็นเจ้าของที่ดินโรงงานและเป็นเจ้าของบริษัทถึง 2 แห่งเลยทีเดียว

โดยบุคคลดังกล่าวที่เรากล่าวมานั้นก็คือคุณ สมเกียรติ – คุณสมพร เกาเล็กที่ในปัจจุบันนั้นได้เป็นทั้งเจ้าของบริษัท บริษัท เค.พี.ธรรมสำเร็จจำกัด

และ บริษัทผ้างามจำกัด เป็นธุรกิจตัดเย็บชุดวอร์ม ชุดกีฬา และเสื้อยืดภายใต้แบนด์ “วิกตอร์รี่” (Victory) ซึ่งตัวเขานั้นก็ได้มีการย้อนความไปว่า

ในตอนนั้นเขาและภรรยาได้ใช้ชีวิต ที่เรียกว่าเริ่มจากศูนย์จริงๆเพราะตอนแต่งงานกันยากจนถึงขนาดต้องไปกู้เงินมาเช่าพื้นที่เล็กๆแถวสลัม

ปลูกบ้านอยู่ลักษณะเป็นเพิงหมาแหงนเพียงแค่ขนาด 3 * 4 เมตรเท่านั้นพอฝนตกหนักก็จะมีน้ำรั่วออกมาจากรูโหว่หลังคาอยู่เสมอ

จำเป็นจะต้องย้ายข้าวของหลบหนีและเอากะละมังมาลองกันให้วุ่นวาย โดยในตอนนั้นคุณสมเกียรติก็เป็นเพียงโฟร์แมนโรงงานย้อมผ้า

และส่วนภรรยาก็เป็นเพียงเสมียนซึ่งทั้งคู่ก็วาดฝันว่าสักวันหนึ่งจะต้องมีวันที่สามารถลืมตาอ้าปากได้และมีความตั้งใจที่อยากจะมีอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น

ไว้ขายของและมีเงินเก็บในบัญชีสัก 10 ล้านแต่บอกเลยว่าความฝันนั้นก็ไปได้ยากและมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆสำหรับคนจนอย่างพวกเขาเพราะเป็นลูกจ้างเงินเดือน

จึงทำให้ภรรยาของคุณสมเกียรติทำอาชีพเสริมโดยการไปซื้อของจากสําเพ็งมาขายอีกทั้งยังอดหลับอดนอนรับตุ๊กตาตัวเล็กๆจากโรงงานมาประกอบเพื่อให้ได้ค่าแรงตัวละ 1 บาท

โดยในตอนนั้นเรียกได้ว่าชีวิตยากลำบากเป็นอย่างมากแต่ฉันจะยากลำบากและเงินน้อยสักแค่ไหนก็เห็นว่าภรรยาของเขานั้นไม่เคยทิ้งในเรื่องของการทำบุญเลยแม้แต่น้อย

พราะภรรยาเป็นคนใจบุญและชอบเข้าวัดพระธรรมกายตั้งแต่เป็นนักศึกษาและหลังจากที่แต่งงานกันแล้วก็ยังขอให้ไปวัดนี้อยู่เรื่อยๆเลยทำบุญทีละ 10 บาท 20 บาท 100 บาทบ้าง

แต่ตามกำลังในตอนแรกอดสงสัยไม่ได้ว่าวัดแห่งนี้มีแต่อะไรดีนักหนาทำไมถึงชอบไปบ่อยๆทั้งๆที่แถววัดแถวบ้านก็มีอยู่ตั้งหลายวัดหนำซ้ำการเดินทางไปวัดพระธรรมกายในสมัยก่อน

ก็ยากลำบากแสนเข็ญเหลือเกินเพราะไม่มีรถส่วนตัวเลยจึงต้องไปขึ้นรถเมล์ จ.สมุทรสาคร ไปยัง จ.ปทุมธานี ผ่านถนนลูกรังขรุขระ กว่าจะถึงวัดก็ปาไปตั้ง 2-3 ชั่วโมง

อีกทั้งกว่าจะกลับถึงบ้านก็ 3-4 ทุ่ม จนทำให้คุณสมเกียรติอดคิดไม่ได้ว่า ภรรยาโดนล้างสมองหรือเปล่า

แต่ก็ไม่เคยคิดต่อว่าอะไรเธอเลยเพราะคิดว่าเธอไปทำบุญก็ดีกว่าคุณสมเกียรติที่เอาเงินทองไปลงกับการดื่มเห-ล้า

โดยภรรยานั้นเป็นคนที่ขยันทำมาหากินชอบไปทำบุญที่วัดส่วนในตอนนั้นคุณสมเกียรติก็ชอบกินเห-ล้า ทั้งคู่ก็ดำเนินชีวิตแบบนี้ต่อมาเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่งในปีพศ 2537

ภรรยาก็มีคำพูดที่ว่า ที่วัดพระธรรมกายจะมีการหล่อหลวงปู่วัดปากน้ำด้วยทองคำแท้ ๆ ขอสร้อยทองหนัก 2 สลึง จึงทำให้คุณสมเกียรติมอบทองให้ไป

ทั้งๆที่ไม่รู้สึกเสียดายตังค์ที่ต้อยเส้นนั้นคือสมบัติล้ำค่าที่มีอยู่ชิ้นเดียวและรู้ว่าบุญที่จัดการหล่อพระด้วยทองคำแท้ๆนั้นได้อานิสงส์มากจนเรานะไม่สามารถประเมินค่า

ได้อีกทั้งโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆและก็มีการนำแหวนหมั้นทองคำหนัก 1 สลึงซึ่งเป็นทองชิ้นเดียวที่พัทยามีรวมกับสร้อยที่ขอไปทำบุญหล่อทองหลวงปู่

จึงเรียกได้ว่าการทำบุญครั้งนี้เป็นการทำบุญครั้งแรกของคุณสมเกียรติแล้วก็ว่าได้แต่น่าแปลกใจใครจะคิดว่าการทำบุญในครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

เพราะหลังจากนั้นไม่นานทำให้คุณสมเกียรตินั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็มือขึ้นไปหมดหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองขายของดีเป็นน้ำเป็นถ้ามีกำไรจนกระทั่งไปดาวน์รถกระบะได้ 1 คัน

และก็คิดกันว่าจะหาอาชีพอะไรที่สามารถทำเงินขายได้นั่นก็คือการขายส่งผ่านโดยการขับกระบะไปที่ตลาดสี่มุมเมืองตั้งแต่ 5:00 น และซื้อผักมาขาย โดยภายใน 8 โมงเช้า

ก็ขายหมดเกลี้ยงในทุกๆวันเพราะมีเจ้าประจำมาจองกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งแทบไม่อยากเชื่อเลยเพียงแค่ 2 ชั่วโมงก็สามารถกลับรายได้สร้างรายได้ได้วันละพันเลยทีเดียวซึ่งในตอนนั้นถือว่าเป็นรายได้ที่สูงมากๆ

และการขายภาพนี้เอง จึงทำให้ทั้งคู่มีเงินถุงเงินถังจนสามารถมีเงินไปลงทุนต่อทุนได้จึงไปกว้างซื้อเศษผ้าจากโรงงานผ้าที่ทิ้งมาแล้วทำการคัดแยกเกรดส่งขาย

เพราะสามารถสร้างรายได้ได้ดีกว่าการขายผักเป็นอย่างมากโดยได้เดือนละ 50,000 บาทจนมีเงินไปซื้อที่ดิน 64 ตารางวามูลค่า 700,000 บาท มาเป็นของตัวเอง

แต่ว่าในการรับผ้ามาขายนั้น ในช่วงรอยต่อก็ทำให้เขาได้พบกับการขาดทุนโดยในตอนนั้นยังไม่มีประสบการณ์และยังไม่มีลูกค้าประจำจึงนำเงินลงทุนทั้งหมด

ไปเหมาซื้อผ้าชิ้นใหญ่และบรรพตจนเต็มรถกระบะจากนั้นก็ขับออกจากบ้านไปยังจังหวัดแพร่และขายทั้งวันจนถึง 17:00 นก็ขายไม่ได้เลยสักนิดจนกระทั่ง

ทั้งคู่นั้นรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่เอาเงินมาลงทุนไปจนหมดอีกทั้งชาวบ้านแถวนี้ก็ไม่สามารถขายได้แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอาเศษผ้าต่อนี้ไปขายใครและที่สำคัญก็ขับรถมาตั้งแต่ 8:00 น

และเหนื่อยเป็นอย่างมากจึงขอภรรยากลับบ้านแต่ภรรยาบอกเขารออีก 10 นาทีนะจากนั้นจึงสร้อยคอที่ห้อยเหรียญหลวงปู่วัดปากน้ำขึ้นมานะพนมมืออธิษฐานขอให้ขายหมดอย่างอั ศ จ รย์

ซึ่งจะทำให้เขารู้สึกย้อนใหญ่อยู่ในใจว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรไม่มี จนกระทั่งผ่านไปได้สัก 5 นาทีก็เกิดเรื่องขึ้นอยู่ๆก็มีรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งมาปีอยู่หน้ารถโดยมาปาดแล้วจอดขวางรถกระบะจากนั้นก็

ตะเบ็งเสียงถามว่า ‘ไอ้น้อง..เอาอะไรมาขาย !’ จึงทำให้คุณสมเกียรติรีบตอบไปทันทีว่า ‘เอาผ้าจากจังหวัดสมุทรสาครมาขายครับ

แล้วก็ทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์คนนั้นบอกว่าให้ขับรถตามมาเมื่อขับรถไปและเจรจาการถึงทราบว่าคนๆนี้เป็นพ่อเลี้ยงเมืองเหนือ เมื่อดูสินค้าแล้วก็รู้สึกถูกใจและก็เหมาทั้ง 700 กิโลเมตร

จากนั้นก็นับเงินสดจ่ายเงินในทันทีจึงทำให้ได้กำไรอื้อซ่่า ในตอนนั้นสร้างความตกตะลึงให้กับคุณสมเกียรติเป็นอย่างมากและเกิดความศรัทธาในองค์หลวงปู่ขึ้นมาอย่างจริงจัง

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อถ้าหากไม่ได้เจอกับตัวเองจะนานก็เปิดใจไปวัดพระธรรมกายกับพระยาทุกๆครั้งแล้วรู้สึกทึ่งที่วัดแห่งนี้นะสะอาดเป็นอย่างมากไม่มีก้นบุห รี่ไม่มีเศษสกปรกอะไรจึงเกิดความศรัทธา

ที่วัดแห่งนี้เพราะคนที่มาวัดแห่งนี้เขาไม่สูบบุหรี่การอีกทั้งเจ้าหน้าที่ก็ยังดูแลสถานที่ดีและคิดว่าถ้าหากวัดแห่งนี้ดีหลวงพ่อก็ต้องสอนดีประกอบเห็นกับความระบบระเบียบของวัด

จึงทำให้รู้ทันทีว่าทำไมถึงชอบไปวัดแห่งนี้จากนั้นก็ตามไปกับภรรยาด้วยเป็นประจำ

การเข้าวัดนี่เองก็ทำให้ชีวิตนั้นดีขึ้นไปหมดตั้งแต่ในช่วงปีพศ 2548 ตัวขาวและภรรยาได้เลิกวิ่งขายเศษผ้าแล้วก็ไปรับเศษผ้ามาเย็บขายเอง

โดยสร้างสถานที่เย็บขนาดเล็กบนพื้นที่ 60 ตารางวาที่เคยซื้อเอาไว้จากนั้นก็ไปซื้อจักรเก่ามา 3 ตัว ได้รับลูกน้องมาเย็บกางเกงขายตัวละ 20 บาท

ปรากฏว่าสามารถขายได้ดีจนสามารถรวบรวมเงินก้อนหนึ่งไปทำบุญทอดกฐินซึ่งสามารถรวบรวมได้ 1 แสนบาทซึ่งเป็นเงินทำบุญที่มากที่สุดในชีวิตของทั้งคู่

หลังจากที่ทำบุญแต่แรกไปแล้วก็มีการพบจุดหักเหในชีวิตใหญ่อีกครั้งหนึ่งเรียกว่าดลบันดาลให้มาพบกับคนดีๆนั่นก็คือ คุณอาพลกฤษณ์ กิจประชากร

เจ้าของบริษัทครีเอทีฟคร๊าฟต์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งตอนนี้ ท่านบวชเป็นพระอยู่ที่วัดพระธรรมกายไปแล้วแต่ช่วงนั้นท่านได้ชี้แนะและเป็นธุระให้เราในการไปกู้แบงก์มา 10 ล้านบาท

มาลงทุนสร้างโรงงานในปี พ.ศ. 2547 อีกทั้งยังพาคุณสมเกียรติ ไปกราบหลวงพ่อทัตตชีโว รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อทำให้สมเกียรติ เลิกดื่มเหล้า แล้วสุดท้ายเขามก็เลิกเหล้าได้จริง ๆ

โดยในตอนนั้นระหว่างที่กำลังสร้างโรงงานก็ถือว่าเป็นช่วงที่เจอภาวะเสี่ยงเจ๊งสูงมากเพราะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆมากมายและยัง ทยอยใช้หนี้แบงค์อีกเดือนละ 60,000 บาท

และเอาเงินไปทำบุญร้านหนึ่งซึ่งในตอนแรกก็มีแต่คนว่าบ้าแต่เขามีความคิดที่ว่า “แต่ในความคิดของเราตอนนั้น กลับคิดว่า ในภาวะที่เสี่ยงเช่นนี้ หากเรามีกำลังบุญไม่มากพอ

ก็จะไม่สามารถรองรับสมบัติใหญ่ คือ โรงงาน ให้อยู่กับเราต่อไปได้ เราไม่อยากเจ๊ง โดนแบงก์ยึดเหมือนหลาย ๆ เจ้า ที่ลงทุนทำโรงงานแล้วไปไม่รอด เพราะบุญไม่ถึง

แต่แล้วความมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเพราะสามารถรับออเดอร์ในราคา 1 ล้านบาทมาได้แบบไม่คาดคิดอีกทั้งยังมีการบอกอีกว่าได้โอนเงินสินค้าก่อนที่จะได้ของ

ทั้งๆที่ยังไม่ถึงกำหนดจ่ายเงินด้วยซ้ำจึงทำให้รู้สึกงงว่าทำไมเงินตั้งเยอะถึงจะโอนมา ผิดกับอีกหลายโรงงาน ที่พอถึงกำหนดจ่ายเงินแล้ว ลูกค้าก็ยังไม่ยอมจ่าย

หรือต้องตามทวงหนี้ ซึ่งบางทีทวงแล้วก็ยังไม่ให้อีก… และต่อมาในปี 2551 ก็ได้มีการทำอีกครั้งหนึ่งด้วยการทำบุญ 1 ล้านบาทก็ยังไม่ได้ดอกเก็บดอกเก็บผลอะไรมาก

แต่ก็เพิ่มเงินในการทำบุญอีกเป็นจำนวน 3 ล้านบาทซึ่งจะทำให้มีออเดอร์เข้ามามากอย่างมากมายผิดหูผิดตาจึงทำให้มีเงินที่สามารถซื้อพื้นที่ 5 ไร่ไว้สร้างโรงงานขยายเพิ่มกำไรในอนาคตได้

จึงทำให้ธุรกิจของคุณสมเกียรตินั้นเป็นไปได้อย่างรุ่งเรือง จนกระทั่งมีพนักงานทั้งหมด 70 คนขยายเป็นโรงงาน 2 แห่งและมีสโตร์เก็บสินค้าอีก 1 แห่งและในล่าสุดมีการทำบุญถึง 5 ล้านบาท

ซึ่งก็สามารถสร้างเม็ดเงินได้ถึง 3 เดือนโดยได้มาถึง 20 ล้านบาทในเวลาเพียงแค่ 3 เดือนเท่านั้นซึ่งยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้เป็นอย่างแน่และยิ่งในสภาวะตกต่ำเช่นนี้

อย่าหวังเลยเพราะใครๆก็อยู่ยากได้อยู่ๆก็มีออเดอร์กางเกงกับเสื้อมากถึงแสนตัวเข้ามาจึงทำให้รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่มีออเดอร์ 20 ล้านบาทเข้ามาพรวดพราดแบบนี้และมีลูกน้องที่ดี

ที่ช่วยเป็นลูกมือจนมือระวิงทำโอทีถึง 22:00 นในทุกๆวัน…

Loading...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *